[SF-TK] SongFic - ทุ้มอยู่ในใจ

posted on 16 Feb 2012 12:18 by schism  in ShortFic
 
 
 
:: SongFic - ทุ้มอยู่ในใจ ::
TaoKacha Fiction by Meiku
 
 
 
*warning*
- นิยายในบลอคนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย -
- เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องสมมติ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริง -
- อ่านเพื่อความบันเทิง -
 
 
 



 
 
 
 
 
 

theme :: ทุ้มอยู่ในใจ
 
 
กดเล่นคลิปเพื่อฟังเพลงธีมของเรื่องได้นะคะ ^^
 
 
 
 
 

“พี่ว่านายเลือกงานแสดงเถอะ นายมีความสามารถนะ”
“พี่เต๋าเล่นละครดีอะ หนูจะคอยดูพี่เล่นเป็นพระเอกนะ แล้วอย่าลืมเลือกหนูไปเป็นนางเอกล่ะ”
 

“ผู้ใหญ่เค้าเห็นความสามารถแถมยังสนับสนุนขนาดนี้ ถ้าคุณไม่ได้ฝืนใจอะไร ทำไมคุณถึงไม่ลองทำดูล่ะ...เต๋า”
 
 
 

.
.
.
 
 
 


ตั้งแต่วันนั้น............นานเท่าไหร่แล้วที่เขาเดินอยู่บนเส้นทางนี้

จากเด็กที่วิ่งไล่ตามความฝันมาพร้อมกับเพื่อนๆ
มาวันนี้...........เขามีที่ยืนอยู่ในวงการบันเทิง ในฐานะนักแสดงคุณภาพคนหนึ่ง

ในขณะที่เพื่อนร่วมฝันหลายๆคน ได้แยกย้าย กระจายไปตามทางเดินในโลกแห่งความเป็นจริง

ทุกๆคนเริ่มต้นจากความรักในเสียงเพลง
แต่มีกี่คนกันที่ยังคงก้าวย่ำไปบนเส้นทางนี้ ทั้งที่ทำงานเบื้องหน้าและเบื้องหลัง

น้อยคนนักที่ยังคงยึดมั่นและฟันฝ่า.........
เต๋านึกถึงเพื่อนคู่หูของเขา เพื่อนสนิทที่คอยดูแลกันมา
 
 


ตั้งแต่จากกัน วันนี้เธอเป็นไงฉันอยากจะรู้
 
 


ลมหายใจถูกทอดถอน........ยาว
ดวงตาคมที่ใครหลายคนใฝ่ฝันหา หลับลงคล้ายถวิลหาวันคืนเก่าๆ
 

วันที่ความฝันคือทุกสิ่งในชีวิต

 
 

เมื่อนาฬิกามันไม่เคยขี้เกียจ..เดิน
และวันเวลาทำให้ทุกๆสิ่งเปลี่ยนไป
แต่ความทรงจำดีๆทุกอย่างยังคง...เก็บไว้
 


เขาอมยิ้มน้อยๆ ให้กับภาพความทรงจำสีซีดจาง
แว่วเสียงเพลงที่ใครคนนั้นร้องบ่อยๆ จนเป็นดั่งเพลงประจำตัว
 
 

..........เผื่อลืม...........

 
 
 

.
.
.
 
 
 
 

“พี่ว่านายคงเหนื่อยเกินไปน่ะเต๋า วันนี้นายทำได้ไม่ค่อยดีเลยนะ”
 
“.................ผมขอโทษนะครับพี่”
 
 

ผู้กำกับคนดังหัวเราะเบา ตบบ่าดาราหนุ่มที่ี่หน้าเสียประหนึ่งเด็กน้อยโดนคุณพ่อดุ
มันไม่ใช่ความผิดพลาดของนักแสดงอย่างเต๋าหรอก แต่มันเป็นเพราะเรทติ้งที่ดีเกินไป
จนสปอนเซอร์เรียกร้องให้ละครเรื่องนี้ต้องเพิ่มบทเพิ่มเนื้อหาให้ยืดยาวมากขึ้น
ทุกคนต้องเร่งถ่ายเร่งทำงานจนแทบจะลืมทางกลับบ้านกันอยู่แล้ว

ถ้านักแสดงหลักจะล้าบ้าง จะท้อบ้าง ผู้กำกับอย่างเขาก็พอเข้าใจ
 

คำสั่งเลิกกองดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงเฮของคนทำงาน
เพราะนั่นหมายถึงเวลาพักผ่อนที่จะตามมา

“กลับบ้านไปนอนพักเถอะน่า แล้วพรุ่งนี้เราค่อยมาลุยกันต่อ”

เต๋าพยักหน้ารับเนือยๆ ยกมือไหว้ลาคนในกอง
เขาคงเหนื่อยมากไปจริงๆ.............

 
 

วันที่ความฝันมันไม่เห็นเป็นอย่างใจ
กระเจิดกระเจิง ผิดๆเพี้ยนๆกันไปใหญ่.......

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

มือขาวซีดที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาเอื้อมไปเปิดวิทยุในรถ
เสียงดีเจพูดขับกล่อมเป็นเพื่อนร่วมทางไม่ให้เขาเผลอหลับไปก่อนด้วยความอ่อนเพลีย

ทำนองดนตรีคุ้นหูดังขึ้น
เพลงที่ไม่ได้ฟังมานานหลายปี

 
 

ไม่รู้นานเท่าไร เรารักกันเมื่อไร และเพราะเหตุผลใด ที่เป็นเธอ
เมื่อรู้ตัวก็มี คำว่าเราแทนกันทุกเช้าที่ตื่น บางครั้งรู้สึกนาน ต้องรื้อฟื้น

 
 


ความรู้สึกทั้งเหงาทั้งคิดถึงตีกันวุ่นวาย
ก่อนจะกลั่นตัวออกมาเป็นหยดน้ำตาอุ่น

ค่อยๆไหลริน...............ทิ้งตัวผ่านผิวขาวซีด

 
 
 
 
 

เผื่อวันใดเธอลืมไปว่ารักกัน หรือเปล่า เผื่อวันเวลาที่เดินผ่าน อาจจะเจือจางทุกเรื่องราว
มีเพียงคำเดียวพอให้เธอชื่นใจ หากความจริงที่เจอมันเลวร้ายแค่ไหน
วันนี้ต้องเจออะไร ฉันรักได้เพียงแค่เธอ

 
 
 
 
 

เต๋าเพิ่งรู้ตัวว่าเขาคิดถึงช่วงเวลาแห่งความฝันนั้นมากแค่ไหน

ทั้งเสียงหัวเราะ หยดน้ำตา และแม้กระทั่งมิตรภาพของเพื่อนๆในรุ่น

โลกแห่งความเป็นจริงที่เดินอยู่นั้น

แม้จะสวยงาม แต่มันก็ยากลำบาก
ไม่มีใครที่หยิบยื่นโอกาสดีๆให้ โดยไม่หวังอะไรตอบแทน
 
 
 
 
 

เต๋าคิดถึงเพื่อนๆ และเหล่าคุณครูในบ้าน
 
 
 
 
 
 

กี่ร้อยวันที่ผ่าน ก็เหมือนเรื่องเมื่อวาน บันทึกที่เขียนอ่าน อยู่ในใจ
ยังรักเธอเหมือนเก่า มีเรื่องราวที่เดินเข้ามาใหม่ใหม่
แต่รักเธอแบบเดิม ตลอดไป
 
 
 
 
 


และสุดท้าย.....................เต๋าคิดถึงเพื่อนสนิทคนนั้นมากกว่าใคร

 
 
 
 
 
 
 
 

.
.
.

 
 
 
 
 
 

ด้วยโอกาสที่เขาเอื้อมมือคว้าเอาไว้ และด้วยความสดใหม่ของเต๋าในวงการแสดง
งานมากมายถูกป้อนให้จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน

ยิ่งเพื่อนๆยังคงเดินตามเส้นทางความฝันแห่งเสียงเพลง
เวลาที่จะได้เจอกัน ได้คุยเล่นกันก็ยิ่งลดลง

จากที่เคยได้เจอ...........ก็ไม่ได้เจอ

จากที่เคยพูดคุย...........ก็กลับห่างหาย

แต่เขาก็ยังนึกถึงเพื่อนของเขาอยู่เสมอ
เพียงแค่เวลาที่เรามีนั้น มันไม่เคยตรงกัน
 
 


เพียงแต่อย่างน้อยฉันก็ยังชื่นใจ ที่เคยมีเธอ

 
 
 

กว่าจะรู้ตัวอีกที เขาก็ติดต่อเพื่อนสนิทของเขาไม่ได้แล้ว

เต๋าได้แต่โทษตัวเอง เขาสูญเสียคนที่เข้าใจในตัวเขาไปอีกหนึ่งคน
คนที่จริงใจกับเขาเสมอ โดยไม่หวังอะไรตอบแทนนอกจากมิตรภาพ

และเต๋าก็ทำได้แค่เพียงนึกขอบคุณ
ที่คนคนนั้นยังหลงเหลือภาพของความฝันในวันวานเอาไว้ให้

เพื่อเป็นกำลังใจให้เขาก้าวต่อไปได้
 
 
 
 
 
 


ก็นาฬิกามันไม่เคยขี้เกียจ..เดิน
และวันเวลาทำให้ทุกๆสิ่งเปลี่ยนไป
แต่ความทรงจำดีๆทุกอย่างยังคง...เก็บไว้

 
 
 
 
 
 
 

.
.
.
 
 
 
 
 
 
 


“เต๋า........พี่ๆตกลงกันแล้วละ”
“ครับ?”

ซองกระดาษสีน้ำตาลบางๆถูกยื่นมาให้เขา เต๋ารับมาถือไว้ด้วยสีหน้างุนงง
เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากทีมงานในวันที่วุ่นวายได้ไม่น้อย

“เราจะมีเพลงประกอบละครเพิ่มอีกเพลงน่ะ เต๋าร้องให้พี่นะ ตกลงไหม”

รอยยิ้มเหวอๆวาดค้างอยู่บนใบหน้าขาว
จนกระทั่งผู้จัดการของเขาสะกิดเป็นครั้งที่สามนั่นแหละ เขาถึงได้พยักหน้ารับอย่างรัวๆ

รอยยิ้มและเสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วทั้งกองถ่ายในวันนี้

 
 

.
.
.
 
 


ตาคมกวาดไปทั่วกระดาษแผ่นบางในมือ
เนื้อเพลงที่คุ้นเคยในความทรงจำผุดขึ้นมาอีกครั้ง

เต๋ารีบเปิดเดโม่เพลงฟังด้วยหัวใจที่เต้นแรง
 
 

ข้อความที่ผ่านตา...............เรียบเรียงทำนองใหม่โดย “คชา”

น้ำเสียงที่ผ่านหู................คุ้นเคยและอบอุ่น
 
 

เพลงที่เป็นเหมือนเพลงประจำตัวของเพื่อนสนิท
คุณยังทำงานอยู่บนเส้นทางที่คุณใฝ่ฝันสินะ
 
 
 
 
 


ยังคงมีบทเพลง ของเราเมื่อวันวาน
ได้ยินเมื่อไร หัวใจยังเป็นอย่างนี้
ให้เวลามันหมุนไปนานเป็นปี
แต่เพลงนี้ยังทุ้มในใจ

 
 
 
 
 
 


.
.
.

 
 
 
 
 
 

*เกรียน*

“ผมร้องไกด์ให้ขนาดนี้ คุณอย่าร้องเพี้ยนนะต๋าว”




 
 
 
 
 
 
 
 
 

*fin
 
 
 
 
 
Schism's talk เรื่องนี้เมกุเพื่อนของเราเป็นคนแต่งค่า อ่านครั้งแรกน้ำตาซึมกันเลยทีเดียว เพราะชอบมาก ก็เลยขอเอามาลงบลอคกันหน้าด้านๆ(ฮา...) ฝากฟิคเรื่องนี้ไว้ในใจทุกคนด้วยนะคะ ^^